Thursday, December 10, 2015

เงาสะท้อน




They told me to go back.
Only when I look at the reflection.
It told me to go forward.
But how do I go there, I asked.
It doesn't look safe at all.
There are no ground to support me.
The reflection just stare blankly back at me and said.
Oh you gotta support yourself, that's all.

พวกเขาบอกผมว่าอย่าไปเลย
จะมีก็แต่เงาในกระจกที่เห็นต่าง
เงานั้นบอกให้ผมเดินต่อไป
แต่จะไปอย่างไรล่ะ ผมถาม
ที่ตรงนั้นมันดูไม่ปลอดภัยเลยนะ
แล้วยังไม่มีทางให้ผมเดินอีกด้วย
เงาในกระจกมองกลับมาที่ผมอย่างเฉยเมยแล้วบอกว่า
นี่นะ ทางนั้นน่ะ นายก็ต้องสร้างขึ้นมาเองสิ

Friday, August 7, 2015

ฝน



ค่ำคืนฝนวันที่ฝนตกพรำๆ ผมนั่งมองฝนในรถแท๊กซี่

หยดน้ำฝนร่วงลงมาเกาะหน้าต่างข้างรถแท๊กซี่ หยดน้ำเม็ดใหญ่อยู่กันกระจัดกระจาย
ดูแล้วรู้สึกว่าหยดน้ำเหล่านี้มีความแข็งแรงและหนักแน่น พอที่จะอยู่กันแบบหยดใครหยดมัน
ด้วยว่าหากหยดน้ำเหล่านี้รวมตัวกันเมื่อไหร่ จากหยดเป็นหยาด ก็จะพากันร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงออกจากกระจกลงสู่พื้น
 อากาศภายในรถเริ่มเย็นขึ้นจากลมของเครื่องปรับอากาศ ละอองฝ้าที่หน้าต่างเริ่มปรากฏตัว และรวมกันเป็นกลุ่มก้อนค่อยๆขยายพื้นที่ทีละน้อย ละอองฝ้าเหล่านี้ดูสงบนิ่งและไม่หวั่นไหวต่อสิ้งเร้า อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศภายในที่คงที่ ทำให้ละอองฝ้าดูกล้าแกร่งและรุกคืบอย่างมั่นคง แต่ก็คงไม่นาน เมื่อใดที่อุณหภูมิภายนอกเปลี่ยน เมื่อนั้นละอองฝ้าเหล่านี้ก็จะหายไป

สัญญาณไฟเขียวสว่างวาบ รถแท๊กซี่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วปกติและเริ่มเร็วขึ้นทีละน้อย
หยดฝนภายนอกเริ่มมีการเคลื่อนไหว ความเร็วของรถแท๊กซี่แหวกอากาศภายนอกรวมถึงหยดฝนเหล่านั้นด้วย ผมมองหยดฝนหลายเม็ดที่เริ่มสุญเสียการทรงตัว บางถูกแรงผลักออกไปจากหน้าต่าง บ้างถูกดันไปรวมกันหยดฝนเม็ดอื่นๆ จนหยาดเป็นทางก่อนจะหายลับไป บรรยากาศภายนอกเหมือนหนังแอ๊กชั่นที่กำลังเข้าสู่ช่วงพีค สงครามระหว่างหยดฝนและความเร็วกำลังถาโถมกันอยุ่ด้านนอก แต่บรรยากาศภายในรถนั้นกลับนิ่งสนิท มีเพียงเสียงครางจากเครื่องปรับอากาศเท่านั้น

ผมนั่งมองหยดฝนสลับกับละอองฝ้าจนถึงที่หมาย






Thursday, July 9, 2015

สถานีต่อไป

เขามีเวลาแค่ 15 วินาทีก่อนที่ประตูรถไฟฟ้าจะปิด
เวลา 15 วินาทีที่ว่านั้น ยังไม่รวมเวลาที่เธอได้เดินจากไป
เขาและเธอไม่รู้จักกัน หากแต่เขามีความรู้สึกคุ้นเคยกับเธออย่างประหลาด
ช่วงเวลาแค่ 10 นาทีที่ใช้ร่วมกันบนขบวนรถไฟฟ้าขบวนนี้
กลับทำให้เขารู้สึกอยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้
ชายหนุ่มไม่ได้ปริปากเอ่ยคำใดๆออกมาตลอดการเดินทาง
เขาลอบมองเธอผ่านวงแขนของผู้โดยสารรอบกาย
น่าแปลกที่ไม่มีใครสังเกตเธอเลย มีเพียงแค่เขาคนเดียว
เขาพยายามรวบรวมความกล้าอยู่เงียบๆ โดยที่สาวแปลกหน้าไม่ได้ระแคะระคายแม้แต่น้อย
เธอก้าวเท้าออกจากรถไฟฟ้าด้วยจังหวะที่เธอทำเป็นประจำ
หากแค่ชายหนุ่มคุ้นเคยกับจังหวะของเธอ เขาคงจะเดินตามเธอไปอย่างธรรมชาติ
ไม่ใช่ยืนอย่างพะว้าพะวงกับเวลาเพียงเล็กน้อยที่เหลืออยู่
ประตูรถไฟฟ้าปิดลงอย่างไร้เยื่อใยและไม่ปราณีกับหัวใจที่ขาดสะบั้นของชายหนุ่ม
ทิ้งให้เขายืนจมไปกับความคิดที่ว่า "จริงๆแล้ว ฉันก็ต้องลงที่สถานีนี้นะ"