Wednesday, March 25, 2015
หญิงสาวบนสะพาน
ถ้าคุณมาจากถนนสต๊อคตัน มุ่งหน้าสู่ไชน่าทาวน์ คุณจะวิ่งตรงยาวไปเรื่อยๆ จนเจออุโมงค์ที่ลอดใต้ถนนบุช ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
เพราะซานฟรานซิสโกเองก็เป็นเมืองที่ประกอบไปด้วยเนินสูงต่ำ ลัดหลั่นกันไป
ผมเองเวลาเดินกลับบ้านจากไชน่าทาวน์ก็มักจะเดินบนถนนบุชตรงสะพานนี้เป็นประจำ ซึ่งคุณสามารถที่จะเดินลอดอุโมงค์แล้วขึ้นบันไดเวียนมาตรงสะพานนี้ได้เช่นกัน
ทางนี้จึงเป็นทางผ่านประจำสำหรับผมเวลาเดินกลับบ้าน
ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านก็ไม่มีเหตุการอะไรเกิดขึ้น เป็นปกติ จนกระทั่งวันหนึ่ง
วันนั้นเป็นเวลาราวสองทุ่มที่อากาศหนาวจัด ขนาดที่ต้องเอามือซุกกระเป๋าแจคเกตตลอดเวลา
ผมสาวเท้าเร็วๆขึ้นบันไดเพื่อไม่ให้ไอหนาวจับตัวได้ทัน
จนเมื่อขึ้นมาถึงข้างบนสะพานจึงผ่อนฝีเท้าลง เวลาแสงสว่างเริ่มเหลือน้อยเต็มที
ร้านรวงต่างๆเริ่มเปิดไฟ ผมเดินบนสะพานพลางมองไปที่แสงไฟจากหน้ารถที่สาดเข้าอุโมงค์กันอย่างเร่งรีบ
หลายคนคงอยากจะกลับบ้านเร็วๆ ผมคิดในใจ
ผมเองจึงเตรียมที่จะเร่งฝีเท้าเพื่อจะได้ถึงห้องอันแสนอบอุ่นเร็วๆเหมือนกัน
แต่เพียงแค่ผมเบนสายตาจากถนนเบื้องล่างไปยังทางตรงหน้า ก็สังเกตุเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนสะพานเช่นกัน
เธอยืนอยู่ที่ปลายสะพานอีกด้านหนึ่ง ระยะห่างน่าจะไม่เกิน 10 เมตร
เธอสวมเสื้อโค้ทตัวใหญ่สีดำ สวมแว่นและสพายกระเป๋าข้าง ดูเป็นคนทั่วไปที่คุฯพบเห็นได้ตามท้องถนน
หากแต่เธอไม่ขยับเขยื้อนและเหม่อมองลงไปยังถนนข้างล่างที่รถวิ่งกันอย่างขวักไขว่
ตอนนั้นในหัวผมไม่คิดอะไรเพราะผมเองก็ชอบเหม่อเหมือนกัน จึงเริ่มเดินต่อไปข้างหน้า
ผมเดินไปใกล้จนระยะห่างประมาณแค่ 5 ก้าวจะถึงตัวเธอ
เธอก็ขยับตัวและปีนขึ้นไปบนราวสะพาน
ก่อนที่ผมจะวิ่งไปถึงตัวเธอ พลางตะโกนว่าอย่าโดด ร่างของเธอก็ลับไปจากขอบสะพานเสียแล้ว
ชั่วระยะเวลาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ผมเห็นเธอปีนขึ้นบนราวสะพานก่อนจะโดดลงไปนั้นกินเวลาไม่เกินวินาที
"เฮ้ย" ผมอุทานออกมาหลังจากยืนตัวสั่น ในหัวตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก
บนถนนไม่มีคนเดินผ่านไปมาในเวลานั้น มีแค่ผมที่ยืนอยู่บนสะพานกับป้ายไฟนีออนจากบาร์ข้างๆที่ส่องสว่างไสว
ผู้คนในนั้นดูหัวเราะเฮฮา โดยไม่รู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอกนี้
ผมกลั้นใจอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจชะโงกหัวลงไปดูข้างล่าง
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะชะโงกหัวลงไป
เธอก็โผล่หัวขึ้นมาทำหน้างงๆว่าผมโวยวายอะไรเมื่อกี้
ผมเองถึงกับหน้าซีดด้วยว่าไม่แน่ใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
บางทีผมอาจจะตาฝาด บางทีอาจจะมีแค่ผมที่เห็นเธอ
แล้วผมก็เห็นของบางอย่างแวบวับในมือเธอ
ห่านเอ๊ย เจ๊ลงไปเก็บปากกาก็ไม่บอก
Tuesday, March 17, 2015
นิยามรัก
เราทุกคนต่างมีความแปลกประหลาดนิดๆในตัวเอง
และชีวิตก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดนิดๆ
และเมื่อเราหาใครสักคนที่มีความแปลกประหลาดที่เข้ากับเราได้
เราจะเข้าร่วมกับพวกเขา และตกอยู่ในความแปลกประหลาดที่น่าพอใจร่วมกัน
และนั่นคงเรียกว่า ความรัก
จาก ทรูเลิฟ ของ โรเบิร์ต พูลกัม นักเขียนชาวอเมริกา
@ ร้านหนังสือร้านหนึ่งบนถนนนิมมานต์
@ ร้านหนังสือร้านหนึ่งบนถนนนิมมานต์
Wednesday, February 4, 2015
Xcite mountain bike
ในที่สุดก็ออกมาจนได้
โปรเจคนี้ทำให้ได้รู้จักคนเก่งๆ เพิ่มขึ้น ทั้งคนทำงานมานานแล้วและเด็กใหม่ไฟแรง
ตัวเกมก็เป็นเกมจักรยานแนว temple run เล่นได้ทั้ง iOs และ Androids
เล่นฟรี แต่ถ้าอยากได้ชุดเพิ่มก็เสียตังค์นะฮะ
https://itunes.apple.com/nz/app/xcite-mountain-bike/id913058689?mt=8
Monday, February 2, 2015
หมองู
หมองูที่เทศกาลฤดูหนาว เชียงใหม่
ด้วยความที่รู้ทั้งรู้อยู่ว่าเป็นยังไง
แต่ก็ขอลองดูสักหน่อย เนื่องจากว่านานๆจะเห็นที
หมองูคนนี้แกว่ามีเลขเด็ดจากงูจงอางจะมาบอก
ขอให้อดใจรอสักหน่อย เดี๋ยวแกจะให้ดู
ระหว่างนั้นแกก็โชว์ งูเห่า งูเหลือม งูน้ำไปตามเรื่อง
แล้วก็มาถึงทีเด็ดตรงงูจงอาง
หมองูแกว่า งูนี่เด็ดจริง ถึงเป็นงูจงอางก็ไม่ต้องกลัว
มีแกอยู่ตรงนี้ทั้งคน แล้วเมื่อวานที่งูให้เลขเด็ดแม่ค้าแถวนี้ถูกมาแล้วกันทั้งนั้น
หมองูแกว่าพลางขยับฝาหีบจะเปิดงู แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามีของดีมาฝาก
แกเลยเอาโชคมาแบ่งเป็นตะกรุดแคล้วคลาด เสกโดยหลวงพ่อชื่อดัง
ตะกรุดที่ว่ามีจำนวนจำกัด ใครอยากได้ก็ต้องรีบหน่อย
และชั่วเวลาไม่นาน ตะกรุดที่มีจำกัดกว่า 20 อันก็ถูกซื้อไปอย่างรวดเร็ว
หมองูแกขยับลังงูมาอีกนิด คนดูรอบข้างเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
แกเอียงลังงูมานิดๆ แล้วเรียกเด็กเล็กแดงให้เข้ามาใกล้ๆ
หลายคนเริ่มกระสับกระส่ายเนื่องจากเกรงเจ้างูจงอาง กับไม่แน่ใจว่าพ่อหมองูจะเอาอยู่
แกเรียกให้คนล้อมวงเข้ามาใกล้ๆ พลางท่องคาถาพึมพัมไปทั่ว
แกท่องไป คนดูจับตางูในลังที่ชูหัวขึ้นมาแวบๆ
แล้วแกก็ลืมตาขึ้นมาเขม็ง คนดูรอบข้างจ้องหน้าพ่อหมองูตาไม่กระพริบ
พ่อหมองูเป่าลมใส่ไมค์ก่อนจะพูดว่า นึกขึ้นได้ว่ามีของดีอีกอย่าง
เป็นพระเลี่ยมพลาสติก ได้รับการปลุกเสกเรียบร้อยพร้อมคาถาบูชา
แต่มีจำนวนจำกัดใครอยากได้ก็ต้องรีบหน่อย
คลาสสิก
ช่วงปีใหม่ไปเที่ยวเชียงใหม่มาครับ
แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ ยังเขียนอะไรไม่ค่อยออกเลย
ยิ่งไม่เขียน ยิ่งเขียนไม่ออก แล้วพาลจะตันเอาดื้อๆ
จะค่อยๆเขียนออกมาให้ได้ละกันครับ
ในภาพเป็นกึ่งขายของกึ่งโชว์ของ
เป็นบ้านเล็กๆระหว่างทางเดินไปไนท์บาซ่า
เจ้าของนอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในเปลหลังบ้าน
โดยที่ไม่กลัวว่าของจะหายเลยทีเดียว
ภายในร้านมีของเล่นมากมายถึงขั้นก่ายกองเป็นภูเขา
เป็นนิตยสารเก่าๆก็มี แสตมป์รุ่นเดอะบ้างก็มี
หรือแม้แต่สิ่งนี้
กำแพงเทปคาสเซทที่เรียกได้ว่าคลาสสิก
นกไร้ขา
"ผมเคยได้ยินเรื่องนกไร้ขา มันได้แต่บินและบิน เหนื่อยก็นอนในสายลม
ในชีวิตจะลงดินก็เพียงครั้งเดียว... เมื่อถึงวันตาย"
Subscribe to:
Posts (Atom)






